Search This Blog

Wednesday, December 2, 2009

8 โรคสุดฮิตของผู้บริหาร

ทุกวันนี้โรคภัย ไข้เจ็บต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มักจะมาพร้อมกับความเครียด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องรับบทหนักในการทำงาน โดยเฉพาะผู้บริหาร ที่ยิ่งมีความรับผิดชอบสูงมากเท่าไหร่ ความเครียดก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และเมื่อเกิดความเครียด โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ก็มักจะถามหาเข้ามาไม่ขาดสาย ซึ่งโรคที่มีสาเหตุมาจากความเครียด ก็คงจะหนีไม่พ้นทั้ง 8 โรคนี้อย่างแน่นอน

ความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงถือเป็นโรคที่มาแรงทีเดียวในกลุ่มผู้บริหาร เพราะการทำงานในแต่ละวัน ต้องเผชิญต่อความกดดัน และความเครียดอยู่บ่อยครั้ง ที่สำคัญโรคนี้ยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวาย หลอดเลือดหัวใจ หรือหัวใจล้มเหลว สำหรับสัญญาณเตือนของโรคดังกล่าวนี้ สังเกตได้ง่าย ๆ จากอาการที่จะเกิดเสียงดังหวิว ๆ หรือหึ่ง ๆ ในหู หรือได้ยินเสียงชีพจรในศีรษะของตัวเอง เวียนศีรษะ โดยเฉพาะตอนเปลี่ยนอิริยาบถ นอกจากนี้ยังรู้สึกได้ว่า ใจสั่นบ่อย ๆ หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ขาบวม หงุดหงิด โดยไม่มีสาเหตุ เหนื่อย และเพลียผิดปกติ ซึ่งใครที่มีสัญญาณอันตรายดังกล่าว ก็ควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพทันที

โรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke นั้น เกิดจากภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะมีการอุดตันของเส้นเลือด ที่นำอาหาร และออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนต่าง ๆ ส่งผลให้เนื้อสมองเสียหาย อยู่ในภาวะที่ทำงานไม่ได้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ โรคสมองขาดเลือด เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน และโรคเลือดออกในสมอง เกิดจากหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งจากสถิติของประเทศไทยพบว่า เป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 และพบได้ร้อยละ 6 เลยทีเดียว

สัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง ก็สังเกตได้จาก ผู้ป่วยจะเกิดการชา หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรง เกิดการสับสน พูดไม่ออก หรือไม่เข้าใจคำพูด เกิดปัญหาการมองเห็น งุนงง วิงเวียนศีรษะ เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง และเฉียบพลันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด เดินเซ ทรงตัวไม่อยู่ อาจเกิดร่วมกับอาการอ่อนแรง บางคนอาจหมดสติทันที

หลอดเลือดหัวใจตีบตัน


โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หรือโรคหัวใจขาดเลือด ถือได้ว่าเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญ เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย เกิดมาจากการตีบ หรือการอุดตันของเส้นเลือด จากการสะสมไขมัน คอเลสเตอรอล ทำให้เส้นเลือดแดง ไม่สามารถนำเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ตามปกติ

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดมาจากความเครียด การรับประทานอาหาร ที่มีคอเลสเตอรอล และไขมันในปริมาณสูง และขาดการออกกำลังกาย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ล้วนแต่นำมาสู่ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองตีบตันด้วยกันทั้งนั้น

อาการส่วนใหญ่มักมีอาการเฉียบพลัน เจ็บหน้าอกเหมือนมีอะไรมากดทับ หรือจุกแน่นลึก ๆ บริเวณใต้กระดูกหน้าอก หรือหน้าอกด้านซ้าย ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก วิงเวียน หรือวูบแบบเฉียบพลัน ซึ่งหากถึงมือแพทย์ช้า อาจเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ตลอดชีวิต

โรคกระเพาะอาหาร


โรคนี้ถือเป็นโรคยอดฮิตในหมู่ผู้บริหาร เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้ มักจะต้องทำงานแข่งกับเวลา และเคร่งเครียดอยู่กับงาน จนลืมที่จะรับประทานอาหาร หรือเกิดจากการดื่มสุรา สูบบุหรี่ อย่างหนัก พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิดโรค กระเพาะอาหารได้ทั้งสิ้น

อาการส่วนใหญ่จะเกิดขึ้น เมื่อกินอาหารเข้าไปประมาณ 30 นาทีถึง 3 ชั่วโมง ก็จะมีอาการปวดท้อง บางครั้งเมื่อรับประทานข้าวเสร็จ ก็ปวดท้องขึ้นมาในทันทีทันใด หรือปวดท้องก่อนรับประทานก็ได้ หรืออาจมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อยร่วมด้วย

โรคมะเร็งตับ


โรคมะเร็งตับถือเป็นโรคมะเร็ง ที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะเพศชาย ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้มีอัตราเสี่ยงสูง สาเหตุส่วนใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบ โรคพยาธิใบไม้ในตับ สารอะฟลาทอกซิน ไนโตรซามีน ที่พบอยู่ในตัวยากันบูด ปลาร้า เนื้อแห้ง โดยเฉพาะอาหารที่ใส่ดินประสิว ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือกรรมพันธุ์ เป็นต้น

อาการเริ่มแรกของโรคมะเร็งตับค่อนข้างคลุมเครือ บางรายอาจจะไม่เกิดอาการอะไร เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ทำงานไม่ค่อยไหว จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย บางรายเจ็บบริเวณชายโครงข้างขวา และอาจปวดร้าวไปที่ไหล่ข้างขวา หรือบริเวณลำตัวข้างขวาทั้งหมด ในระยะสุดท้าย จะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง บางรายอาจมีน้ำในช่องท้อง ท้องมาน บวมที่ข้อเท้า

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานมักเกิดได้ง่ายกับคนอ้วน หรือผู้ที่รับประทานอาหาร ประเภทแป้งมากเกินไป รวมทั้ง ผู้ที่มีความเครียดอยู่ตลอดเวลาอย่างกลุ่มนักบริหาร เนื่องจากเมื่อเกิดความเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนบางอย่างออกมา ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และจะทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ในที่สุด

โรคเบาหวานมักพบจากการตรวจร่างกายประจำปี โดยไม่มีอาการผิดปกติให้สังเกตเห็น นอกจากอาการอ่อนเพลีย สมองมึนงง และถ้าตรวจว่าเป็นโรคเบาหวานแล้ว ต้องดูแลรักษากันตลอดชีวิต เพราะโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หาย แต่ถ้าปล่อยปละละเลย อาการของโรคจะกำเริบมากขึ้น

อาการระยะเฉียบพลัน เช่น เกิดภาวะน้ำตาลต่ำกว่าปกติ มักจะมีอาการหน้ามืด เหงื่อแตก ใจสั่น ขณะที่ระยะเรื้อรัง จะพบอาการปัสสาวะบ่อย คอแห้ง กระหายน้ำ ตาพร่ามัว สมรรถภาพทางเพศลดลง ความต้านทานโรคต่ำ ป่วยง่าย และมีโรคแทรกซ้อนในแบบอื่น ๆ เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และระยะสุดท้าย อาจจะมีอาการเบาหวานลงไต อาจจะทำให้สูญเสียอวัยวะ เช่น เป็นแผลเรื้อรังที่เท้าจนต้องตัดทิ้ง

โรคถุงลมโป่งพอง

โรคถุงลมโป่งพองที่เกิดกับกลุ่มนักบริหาร มักจะเกิดกับผู้ที่สูบบุหรี่จัด เป็นเวลานาน ๆ หรืออยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่ เป็นระยะเวลานานติดต่อกัน ส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป สัญญาณเตือนภัยของผู้ที่เป็นโรคถุงลมโป่งพอง จะมีอาการไอ เริ่มจากไอแห้ง ๆ และมักไอมากตอนกลางคืน เวลาอากาศเย็น และตอนเช้าหลังตื่นนอน มีอาการเหนื่อยเวลาออกกำลังกาย เป็นหวัด หลอดลมอักเสบบ่อย ๆ หรือมีอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

โรคกระดูกพรุน

กระดูกพรุน คือ ภาวะที่มีเนื้อกระดูกบางตัวลง เนื่องจากมีการสร้างกระดูกน้อยกว่าการทำลายกระดูก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการหัก หรือยุบตัวได้โดยง่าย มักเกิดขึ้นกับกลุ่มนักบริหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่สภาพร่างกายกำลังเสื่อมสมรรถภาพ และมักไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทำงานแข่งขันกับเวลา เครียด สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และกาแฟเป็นประจำ รวมทั้งมองข้ามอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ของร่างกาย

โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย เช่น เคยมีประวัติกระดูกหักในครอบครัว จากภาวะกระดูกพรุน หรือรับประทานยาสเตียรอยด์เป็นประจำ ควรเริ่มตรวจความหนาแน่นกระดูก เมื่ออายุ 40 ปี โดยในระยะแรกมักไม่มีอาการ เมื่อเริ่มมีอาการแสดงว่าเป็นโรคมากแล้ว

อาการสำคัญของโรคกระดูกพรุน ได้แก่ ปวดตามกระดูกส่วนกลาง ที่รับน้ำหนัก เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และอาจมีอาการปวดข้อร่วมด้วย ต่อมาความสูงของลำตัว จะค่อย ๆ ลดลง หลังจะโก่งค่อม หากหลังโก่งค่อมมาก ๆ จะทำให้ปวดหลังมาก เสียบุคลิก เคลื่อนไหวลำบาก ระบบทางเดินหายใจ และทางเดินอาหารถูกรบกวน

การป้องกัน

สิ่งที่จะช่วยให้ผู้บริหาร ไม่ต้องพบกับภาวะของโรคต่าง ๆ เหล่านี้ ก็คือ การพยายามดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง โดยการใช้เวลาในวันสุดสัปดาห์ พักผ่อนอย่างเต็มที่ และต้องหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกาย จะทำให้หัวใจ และปอดมีสมรรถภาพดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดความอ้วน ทำให้ไขมันใต้ผิวหนังหมดไป และเป็นการลดน้ำตาลในเส้นเลือดได้อีกด้วย

นอกจากนั้น ก็ควรจะต้องฝึกนิสัยในการเลือกบริโภคอาหาร ที่มีคุณค่าทางอาหารเพียงพอให้ครบทุกมื้อ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก สิ่งเสพติด เครื่องดื่มมึนเมา และสิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้บริหารควรทำให้ได้ คือ การลดความเครียดให้มากที่สุด เพราะความเครียดเป็นบ่อเกิดของโรคต่าง ๆ รวมทั้ง ต้องหมั่นหาเวลาไปตรวจสุขภาพร่างกายทุกปี


ที่มา
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพกรุงเทพ
โรงพยาบาลกรุงเทพ

No comments:

Post a Comment