Search This Blog

Showing posts with label อาหารเสริม. Show all posts
Showing posts with label อาหารเสริม. Show all posts

Monday, December 14, 2009

ผลข้างเคียงของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ที่คุณไม่เคยทราบ)

คุณเคยรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบ้างหรือไม่??? และถ้าเคยคุณเคยทราบถึงผลกระทบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่อสุขภาพบ้างหรือไม่?? ขอเวลา 5 นาทีกับบทความนี้ แล้วลองมาดูกันว่า ผลข้างเคียงของผลิตภัณฑ์บางประเภทต่อสุขภาพที่คุณอาจเคยใช้ อยากใช้ คิดจะใช้ เป็นเช่นไรบ้าง นั่นคือ "สิทธิผู้บริโภค" ที่เราควรได้รับรู้ทุกแง่มุมของสิ่งที่คิดจะรับประทาน

วิตามิน ซี ( Ascorbic acid )
หากได้รับ วิตามิน ซี ในปริมาณสูง 1-3 กรัมต่อวัน ติดต่อกันหลายวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ การได้รับวิตามินซีในปริมาณสูง เพื่อหวังเสริมภูมิต้านทานและป้องกันโรค ยังไม่มีผลการวิจัยยืนยันที่ถือเป็นข้อสรุปได้ว่า ทำได้จริงหรือไม่! ผลการวิจัยในหลอดทดลอง พบว่า วิตามิน ซี อาจทำให้ดีเอ็นเอในเซลล์เป็นอันตรายได้อีกต่างหาก

วิตามิน อี (Tocopherols)
ประโยชน์ของ วิตามินอี ยังไม่พบแน่ชัด แต่ก็ไม่มีพิษ หากรับประทานไม่เกิน 1000 หน่วยสากลต่อวัน ภาวะการขาดวิตามินอี ยังไม่พบในคนสุขภาพปกติ เพราะวิตามินอี มีมากในอาหารที่คนรับประทาน จึงไม่จำเป็นต้องรับประทานวิตามินอี เสริม


วิตามินเอ และ เบต้าแคโรทีน
การบริโภควิตามินเอบางชนิดในรูปอาหารเสริม อาจทำให้ได้รับในปริมาณสูงเกินไป เสี่ยงต่อการเกิดพิษในร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดตามข้อ ตับทำงานมากขึ้น ในหญิงตั้งครรภ์ อาจทำให้ทารกในครรภ์เกิดความผิดปกติ และมีรายงานว่า การรับประทาน วิตามิน เอ เสริม อาจทำให้กระดูกบางลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก มีรายงานการวิจัยขนาดใหญ่ในฟินแลนด์พบว่า การใช้เบต้าแคโรทีน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด
ซีลีเนียม (Selenium)
ไม่ควรรับประทาน ซีลีเนียม เกินกว่า 400 ไมโครกรัม/วัน อาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เรายังไม่มีข้อมูลมากพอจะบอกว่า ปริมาณซีลีเนียมเท่าไร จึงจะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้
สังกะสี ( Zinc )
การได้รับ ธาตุสังกะสี ในปริมาณสูง (ประมาณ 25 มิลลิกรัม) สามารถขัดขวางการดูดซึมทองแดง
แคลเซียม (Calcium )
การได้รับ แคลเซียม เกินขนาด อาจทำให้คลื่นไส้ ท้องผูก เฉื่อยชา และอาจสะสม ทำให้เกิดนิ่วได้ ธาตุแคลเซียมปริมาณสูง อาจยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก และสังกะสี
ซุปไก่สกัด
มีคุณค่าทางโภชนาการเพียงแค่ไข่ไก่ เพียงครึ่งฟอง การบริโภคเนื้อสัตว์ที่ต้ม หรือตุ๋นในระยะเวลานาน ทำให้ได้รับสารก่อมะเร็ง กลุ่มเฮ็ตเตอโรไซคลิก อะโรเมติกเอมีน มากกว่าปกติ และเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลายอวัยวะ
โปรตีน (Protein)
การรับประทานอาหารโปรตีนสูงมาก ๆ ร่างกายจะไม่ได้นำโปรตีนไปสร้างกล้ามเนื้อ แต่จะกำจัดออก เป็นการเพิ่มภาระให้กับตับ และไต ที่ต้องทำงานหนักขึ้น สำหรับคนที่ลดน้ำหนัก โดยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนสูง อาจเสี่ยงต่อภาวะโรคหัวใจ
สาหร่ายสไปรูไลน่า
ระวังภาวะเสี่ยงที่สาหร่ายอาจปนเปื้อนสารโลหะหนัก และสารพิษอื่น ๆ จากน้ำ ที่เพาะเลี้ยง มีปริมาณกรดนิวคลิอีกสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเก๊าท์
รังนก
คุณค่าทางโภชนาการต่ำ แต่มีราคาสูง ได้ประโยชน์ต่อร่างกายไม่คุ้มค่าเงิน และไม่เคยมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า กินแล้วทำให้ผิวพรรณอ่อนวัยจริงหรือเปล่า?
การ์ซีเนีย (Garcinia)
ไม่มีหลักฐานการวิจัย ที่ยืนยันชัดเจนว่า HCA สามารถช่วยลดน้ำหนักได้
น้ำมันปลา ( Fish oil )
ในการทดลองพบว่า ผลเสียจากการรับประทานน้ำมันปลา คือ เกิดเลือดกำเดาไหลไม่หยุด อาจทำให้เกิดสภาวะขาดวิตามินอีได้ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อสารพิษตกค้าง เนื่องจากภาวะมลพิษทางทะเล ในถิ่นที่ปลาซึ่งเป็นวัตถุดิบอาศัยอยู่ และขึ้นทะเบียนเป็นอาหาร หากจะบริโภคเพื่อการรักษา ต้องรับประทานในปริมาณสูงมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดพิษต่อร่างกาย
อีฟนิ่ง พริมโรส (EPO)
มีรายงานผลข้างเคียงในผู้ป่วยโรคลมชัก
เลซิทิน (Lecithin)
คนปกติมักไม่ขาดเลซิติน การบริโภคในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ท้องเสีย เลซิติน สกัดจากพืชดีกว่าในสัตว์ เพราะเลซิตินจากพืชมีส่วนประกอบของกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว หากซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลซิตินจากแหล่งวัตถุดิบที่เป็นสัตว์ อาจได้รับกรดไขมันอิ่มตัวในปริมาณสูง ยิ่งทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับโคเลสเตอรอล
ใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba)
มีรายงานการวิจัยที่ขัดแย้งกัน ในเรื่องการรักษาผู้ป่วยสมองเสื่อม จึงยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องของฤทธิ์ข้างเคียงของแปะก๊วย ในผู้ใช้บางราย คือ อาการปวดศีรษะ ท้องไส้ปั่นป่วน เกิดภาวะแทรกซ้อน เลือดไหลไม่หยุดในขณะผ่าตัดในรายของผู้ป่วย ที่รับประทานแปะก๊วยควบคู่ไปกับการรักษาโรคแผนปัจจุบัน
หัวบุก
หากรับประทาน "กลูโคแมนแนน" ชนิดเม็ด ต้องดื่มน้ำตามให้มาก ๆ มิฉะนั้น จะเกิดเจลอุดตันในทางเดินอาหาร ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อได้ การรับประทานอาหารไฟเบอร์ติดต่อกันนาน ๆ ส่งผล ให้เกิดภาวะการขาดสารอาหารในร่างกายได้ และไม่มีรายงานว่า สามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งในลำไส้ใหญ่
มะขามแขก (Senna)
ในการระบายของเสีย ร่างกายจะสูญเสียน้ำออกไป ไม่ใช่ไขมัน ดังนั้น น้ำหนักที่ลดลง คือ น้ำที่หายไป หลังจากดื่มน้ำกลับเข้าไป ร่างกายจะกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม การใช้ยาระบายติดต่อกันเป็นประจำ จะมีอันตรายทำให้ลำไส้บีบตัวเองไม่เป็น เกิดภาวะท้องผูกเรื้อรัง
กระเทียมอัดเม็ด
ผลการวิจัยในระยะหลัง พบว่า สารสกัดจากกระเทียม ในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ค่อยมีผลต่อการลดระดับของโคเลสเตอรอล หรือมีก็ในระดับที่น้อยมาก เนื่องจาก ปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือดถูกควบคุมด้วยปัจจัยมากกว่าหนึ่งปัจจัย เกิดกลุ่มรณรงค์ในอเมริกายื่นคำร้องให้ อย. ของสหรัฐฯ สั่งห้ามบริษัทอาหารเสริมโฆษณาสรรพคุณของกระเทียมอัดเม็ดว่า ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลได้ และช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง

Tuesday, December 1, 2009

ชะลอแก่

จริงอยู่ธรรมชาติสร้างให้ร่างกายของคนเราเสื่อมตามกาลเวลาที่ผ่านไป แต่ 3-4 ปีก่อน วงการแพทย์ค้นพบ "ยีน" และพันธุกรรมในร่างกายมากขึ้น มีผลให้การรักษา และชะลอความชราของแพทย์ มีองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีมากขึ้น โดยผลที่ได้ คือ มนุษย์มีทางเลือกในการชะลอความแก่ให้มาถึงช้ากว่ากำหนดนั่นเอง

หากบอกว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข ที่ใช้เป็นเครื่องมือบอกว่า แต่ละคนเกิดมากี่ปี แต่อายุทางชีวภาพอย่างสุขภาพภายในร่างกาย และผิวพรรณสามารถชะลอ ให้มีความอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงของร่างกายได้ด้วยการดูแล

ความรู้พื้นฐานที่มีในตำราสุขศึกษา เมื่อสมัยเรียนมัธยมใช้ได้จริง ในด้านการดูแลสุขภาพตัวเอง ทั้งเรื่องอาหารการกิน วิธีการนอน การออกกำลังกาย แต่ควรมีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับแต่ละคน หรืออาจปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางร่วมด้วย เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุด เพราะบางคนอาจมีกิจวัตรประจำวัน ที่ต่างจากคนปกติทั่วไปก็ได้

วิธีการดูแล ให้อายุทางชีวภาพของร่างกายอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ทำง่ายทุกคนสามารถทำเองที่บ้านก็ได้ เช่น กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และกินเป็นเวลาทุกครั้ง เพื่อให้ระบบขับถ่ายก็เป็นเวลาไปด้วย การนอนพักผ่อน ก็ควรนอนให้เป็นเวลา หรือควรหลับให้ได้ก่อนเที่ยงคืน และใช้เวลานอนให้ได้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกาย ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

ทว่า กินให้ครบ 5 หมู่ และการนอน 6-8 ชั่วโมงยังไม่เพียงพอ สำหรับการชะลอวัยให้อ่อนเยาว์ลงได้ หากไม่ขยับกล้ามเนื้อให้คึกคัก เพราะฉะนั้น ควรเสริมด้วยการออกกำลังกาย เผาผลาญพลังงานส่วนเกินของร่างกาย หรือลดความเครียด ระหว่างวันอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นอย่างต่ำ และสำหรับคนที่ป่วย หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

การดูแลร่างกาย เพื่อจะชะลอวัยชราให้มาถึงช้าก่อนวัยอันควร เริ่มได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะยิ่งร่างกาย ได้รับการดูแล ทั้งอาหารครบโภชนาการที่ร่างกายต้องการ การนอนที่เต็มอิ่ม การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว ร่างกายเราก็จะไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน อีกทั้งมีอายุชีวภาพของร่างกาย ที่อ่อนเยาว์อยู่เสมอด้วย

คนที่ทำงานกลางคืน หรือ ต้องทำงานข้ามเวลาระหว่างประเทศ อย่างแอร์โฮสเตส พนักงานขับเครื่องบิน จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพได้มากที่สุด เนื่องจากสมองทำงานผิดเวลา กินอาหาร นอน ถ่ายไม่เป็นเวลา สามารถแก้ด้วยการออกกำลังกายได้เช่นกัน

การออกกำลังกายสำหรับคนที่ต้องนอนดึก กินอาหารเวลาดึก เล่นแชต อินเทอร์เน็ตมาก ๆ เวลากลางคืน หรือทำงานเกี่ยวกับทำอาหาร ควรใช้เวลาในการออกกำลังกายมากกว่าคนทั่วไป เพราะการกินอาหารในช่วงเวลาดึก จะเป็นการสะสมในร่างกายได้มากกว่า คนที่กินเวลากลางวัน

วิธีการนอนที่มีประสิทธิภาพ บรรยากาศในห้องนอนสำคัญมาก
ควรสร้างบรรยากาศที่เหมาะสม เช่น ปิดไฟ ปิดทีวี ปิดเพลง เพื่อสร้างบรรยากาศให้เงียบ และมืดเหมาะแก่การนอนพักผ่อน กรณีที่จำเป็น ต้องเปิดไฟในห้องนอน สำหรับคนที่ไม่ชอบนอนในห้องมืด ๆ ควรเลือกใช้หลอดไฟ ที่ให้แสงสีโทนแดงอ่อน เพราะแสงสีขาว จะให้บรรยากาศที่คล้ายกับช่วงเวลากลางวัน และทำให้ร่างกายตื่นตัว ใช้เวลานอนหลับได้น้อย

อาหารเสริม และวิตามิน เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการดูแลร่างกายก็จริง หากแต่วิธีการกินที่ถูกต้อง
ไม่ควรหาซื้อมากินเอง ควรรับการตรวจร่างกายจากแพทย์ เพื่อดูความสมบูรณ์ของร่างกายก่อน จากนั้นปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโภชนาการว่า เราควรเสริมอะไร หรือควรลดอะไร เพื่อความสมดุลที่ดีของร่างกาย และความอ่อนเยาว์อย่างมีประสิทธิภาพ

ในบางรายที่ร่างกายอยู่ในภาวะที่พร่อง หรือภาวะเกินของโภชนาการ แพทย์ก็อาจแนะนำให้กินอาหารเสริม ร่วมกับการออกกำลังกาย เพื่อลดความเสื่อมของร่างกายให้เหลือน้อยที่สุด และลดการพึ่งพาการศัลยกรรม แต่สวยจากภายในนั่นเอง

การจะชะลอความแก่สามารถเริ่มเองได้ที่บ้าน แต่หากไม่แน่ใจ ที่จะทำเอง ก็สามารถปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญโดยตรง เนื่องจากวิธีการดูแลแบบเวชศาสตร์ชะลอวัยเหมาะ สำหรับคนที่เป็นโรคเรื้อรังในทุกโรค เพราะเป็นวิธีการดูแลร่างกายจากภายใน จะมีผลดีด้านการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และฟื้นฟูให้ร่างกาย ให้หายจากความเจ็บป่วย และกลับมามีร่างกายที่สมดุลได้วิธีหนึ่ง

ที่มา
นายแพทย์สมบูรณ์ รุ่งพรชัย
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์