Search This Blog

Showing posts with label สุขภาพ. Show all posts
Showing posts with label สุขภาพ. Show all posts

Tuesday, December 1, 2009

ชะลอแก่

จริงอยู่ธรรมชาติสร้างให้ร่างกายของคนเราเสื่อมตามกาลเวลาที่ผ่านไป แต่ 3-4 ปีก่อน วงการแพทย์ค้นพบ "ยีน" และพันธุกรรมในร่างกายมากขึ้น มีผลให้การรักษา และชะลอความชราของแพทย์ มีองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีมากขึ้น โดยผลที่ได้ คือ มนุษย์มีทางเลือกในการชะลอความแก่ให้มาถึงช้ากว่ากำหนดนั่นเอง

หากบอกว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข ที่ใช้เป็นเครื่องมือบอกว่า แต่ละคนเกิดมากี่ปี แต่อายุทางชีวภาพอย่างสุขภาพภายในร่างกาย และผิวพรรณสามารถชะลอ ให้มีความอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงของร่างกายได้ด้วยการดูแล

ความรู้พื้นฐานที่มีในตำราสุขศึกษา เมื่อสมัยเรียนมัธยมใช้ได้จริง ในด้านการดูแลสุขภาพตัวเอง ทั้งเรื่องอาหารการกิน วิธีการนอน การออกกำลังกาย แต่ควรมีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับแต่ละคน หรืออาจปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางร่วมด้วย เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุด เพราะบางคนอาจมีกิจวัตรประจำวัน ที่ต่างจากคนปกติทั่วไปก็ได้

วิธีการดูแล ให้อายุทางชีวภาพของร่างกายอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ทำง่ายทุกคนสามารถทำเองที่บ้านก็ได้ เช่น กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และกินเป็นเวลาทุกครั้ง เพื่อให้ระบบขับถ่ายก็เป็นเวลาไปด้วย การนอนพักผ่อน ก็ควรนอนให้เป็นเวลา หรือควรหลับให้ได้ก่อนเที่ยงคืน และใช้เวลานอนให้ได้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกาย ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

ทว่า กินให้ครบ 5 หมู่ และการนอน 6-8 ชั่วโมงยังไม่เพียงพอ สำหรับการชะลอวัยให้อ่อนเยาว์ลงได้ หากไม่ขยับกล้ามเนื้อให้คึกคัก เพราะฉะนั้น ควรเสริมด้วยการออกกำลังกาย เผาผลาญพลังงานส่วนเกินของร่างกาย หรือลดความเครียด ระหว่างวันอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นอย่างต่ำ และสำหรับคนที่ป่วย หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

การดูแลร่างกาย เพื่อจะชะลอวัยชราให้มาถึงช้าก่อนวัยอันควร เริ่มได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะยิ่งร่างกาย ได้รับการดูแล ทั้งอาหารครบโภชนาการที่ร่างกายต้องการ การนอนที่เต็มอิ่ม การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว ร่างกายเราก็จะไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน อีกทั้งมีอายุชีวภาพของร่างกาย ที่อ่อนเยาว์อยู่เสมอด้วย

คนที่ทำงานกลางคืน หรือ ต้องทำงานข้ามเวลาระหว่างประเทศ อย่างแอร์โฮสเตส พนักงานขับเครื่องบิน จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพได้มากที่สุด เนื่องจากสมองทำงานผิดเวลา กินอาหาร นอน ถ่ายไม่เป็นเวลา สามารถแก้ด้วยการออกกำลังกายได้เช่นกัน

การออกกำลังกายสำหรับคนที่ต้องนอนดึก กินอาหารเวลาดึก เล่นแชต อินเทอร์เน็ตมาก ๆ เวลากลางคืน หรือทำงานเกี่ยวกับทำอาหาร ควรใช้เวลาในการออกกำลังกายมากกว่าคนทั่วไป เพราะการกินอาหารในช่วงเวลาดึก จะเป็นการสะสมในร่างกายได้มากกว่า คนที่กินเวลากลางวัน

วิธีการนอนที่มีประสิทธิภาพ บรรยากาศในห้องนอนสำคัญมาก
ควรสร้างบรรยากาศที่เหมาะสม เช่น ปิดไฟ ปิดทีวี ปิดเพลง เพื่อสร้างบรรยากาศให้เงียบ และมืดเหมาะแก่การนอนพักผ่อน กรณีที่จำเป็น ต้องเปิดไฟในห้องนอน สำหรับคนที่ไม่ชอบนอนในห้องมืด ๆ ควรเลือกใช้หลอดไฟ ที่ให้แสงสีโทนแดงอ่อน เพราะแสงสีขาว จะให้บรรยากาศที่คล้ายกับช่วงเวลากลางวัน และทำให้ร่างกายตื่นตัว ใช้เวลานอนหลับได้น้อย

อาหารเสริม และวิตามิน เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการดูแลร่างกายก็จริง หากแต่วิธีการกินที่ถูกต้อง
ไม่ควรหาซื้อมากินเอง ควรรับการตรวจร่างกายจากแพทย์ เพื่อดูความสมบูรณ์ของร่างกายก่อน จากนั้นปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโภชนาการว่า เราควรเสริมอะไร หรือควรลดอะไร เพื่อความสมดุลที่ดีของร่างกาย และความอ่อนเยาว์อย่างมีประสิทธิภาพ

ในบางรายที่ร่างกายอยู่ในภาวะที่พร่อง หรือภาวะเกินของโภชนาการ แพทย์ก็อาจแนะนำให้กินอาหารเสริม ร่วมกับการออกกำลังกาย เพื่อลดความเสื่อมของร่างกายให้เหลือน้อยที่สุด และลดการพึ่งพาการศัลยกรรม แต่สวยจากภายในนั่นเอง

การจะชะลอความแก่สามารถเริ่มเองได้ที่บ้าน แต่หากไม่แน่ใจ ที่จะทำเอง ก็สามารถปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญโดยตรง เนื่องจากวิธีการดูแลแบบเวชศาสตร์ชะลอวัยเหมาะ สำหรับคนที่เป็นโรคเรื้อรังในทุกโรค เพราะเป็นวิธีการดูแลร่างกายจากภายใน จะมีผลดีด้านการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และฟื้นฟูให้ร่างกาย ให้หายจากความเจ็บป่วย และกลับมามีร่างกายที่สมดุลได้วิธีหนึ่ง

ที่มา
นายแพทย์สมบูรณ์ รุ่งพรชัย
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์

Thursday, September 17, 2009

สัญญาณร้าย (ของร่างกาย) ไม่ใช่คำขู่

โรคร้ายและโรคแปลกที่เกิดขึ้นมาให้เราผวากัน ที่จริงก็ไม่ใช่จู่โจมเราไม่ให้สุ้มเสียง หากแต่เป็นเพราะ เราปล่อยตัวให้เป็นรังรับเชื้อเองต่างหาก
ก่อนจะเกิดเหตุใหญ่ใดขึ้นมา ย่อมมีสัญญาณเตือนขึ้นมาก่อน เป็นต้นว่า ก่อนเกิดสึนามิก็ต้องมีปลาน้ำลึกหนีตายขึ้นมาเกยตื้นกัน หรืออย่างเวลาใกล้จะดับ จิตใบหน้าจะผุดผ่องเป็นยองใย ดังที่โบราณเรียกว่า “หน้าขึ้นนวล” หรือบางท่านที่ป่วยหนัก ก็อาจจู่เกิดมีแรงกำลังขึ้นมานั่งกินนั่งพูดกันได้อีก ก่อนจะทรุดหนักลงในวันในพรุ่งแล้วก็ลาโลกไป

ในส่วนของโรคร้าย และโรคแปลก ที่เกิดขึ้นมาให้เราผวากันอย่างตอนนี้ก็เหมือนกัน ที่จริงก็ไม่ใช่มันจู่โจมเราไม่ให้สุ้มเสียง หากแต่เป็นเพราะเราปล่อยตัวให้เป็นรังรับเชื้อเองต่างหาก พอร่วมกับการตรวจทันสมัย ที่จับเชื้อโรคได้อยู่หมัดเป็นตัว ๆ นี้ เลยทำให้ดูเหมือนว่ามีเชื้อน่ากลัวมาแอบซุ่มทำร้ายเราอยู่รอบตัว ซึ่งที่จริงแล้วไม่ใช่ดังนั้นเลย

ก่อนเกิดโรคร้ายในกายเรา มันมักจะฟักตัวเริงร่าอยู่ในตัวเรามาพักหนึ่งแล้วครับ ไม่ใช่ว่าจะอยู่ดี ๆ ผุดขึ้นมาเหมือนผีจับยัดได้ ดังตัวอย่างที่เห็นชัด คือ โรคมะเร็ง กว่าที่จะมาโตใหญ่เป็นก้อนคลำได้นี่ มันต้องผลัดลูกสร้างหลานมาแล้วนับล้าน ๆ ตัว จนวิ่งวุ่นเข้าไปในเส้นเลือดเราได้ แล้วจึงได้โผล่เป็นก้อนใหญ่ขึ้นมาให้ได้เห็น

จึงสังเกตได้ว่า เมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็งตอนเห็นก้อน มันก็มักจะลามไปไหนต่อไหนแล้ว ที่จริงมันก็ให้สัญญาณเรามาก่อนไม่น้อยนะครับ แต่บางทีเราถูกงานรัดตัว หรือขอผลัดไม่สนใจไว้สักชั่วขณะหนึ่ง แต่เพียงไม่นานมันก็อาจเติบใหญ่จนเกินควบคุมได้

สัญญาณเตือนภัยนี้ ท่านสามารถใช้สังเกตตัวเองก็ได้ หรือคนรอบข้างก็ได้ไม่ยากเลยครับ
  1. เบื่ออาหาร
  2. ผอมลงผิดปกติ (น้ำหนักตัวลดมากกว่า 2 กิโลกรัมต่อเดือน)
  3. หงุดหงิดง่าย อารมณ์ปรวน
  4. ปวดเมื่อยตัวน่ารำคาญ
  5. มึนศีรษะแบบไม่สดชื่น
  6. มีไข้หนาว ๆ ร้อน ๆ
  7. หน้าตา หู ดูแดงก่ำฉ่ำ ราวกับมีความร้อนระอุอยู่ภายใน

สรุปง่าย ๆ ว่าถ้าจู่ ๆ มีความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเกิดขึ้น ไม่ว่าจะทางกายหรือแม้แต่อารมณ์จิตใจก็ตามที แสดงว่าต้องมี “เหตุ” ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องหา “ผู้ร้าย” รายให้เจอโดยเร็ว อย่าปล่อยให้ซ่องสุมผู้คนมาตีท้ายครัวเรา แล้วท้ายสุดก็ยากสุดเกินที่จะแก้

นอกจากนั้น การแก้ปัญหาเมื่อเกิดโรคร้ายขึ้นทุกครั้ง หาใช่การวิ่งโร่ไปหา โรงพยาบาลไม่ เพราะบางทีสถานพยาบาลก็เป็นแหล่งรวม “ดาวร้าย” หลายโรคกว่าที่เรานึกถึงนัก ถ้าเราพากายที่กะปรกกะเปลี้ยอ่อนแอเหลือหลายไปหา อาจเท่ากับพาตัวไปเป็นบ้านหลังใหม่ให้เชื้อเข้ามาเกาะ

ขอให้รู้เถิดครับ ว่านอกจากตัวเราเป็นหมอที่ดีที่สุดให้ตัวเองได้แล้ว บ้านที่รักของเราก็ยังเป็นโฮมสวีทโฮม สำหรับการรักษาอาการเจ็บป่วยได้ดีกว่าโรงพยาบาลไหน ๆ อีกด้วย

ดังนั้น ต่อไปยามป่วยไข้หรือคนใกล้ตัวไม่สบาย ขอให้มั่นใจในศักยภาพของตัว เรานะครับที่เขาจะต้องทำหน้าที่ของเขาแน่เหมือนที่ลอร์ดเนลสันเคยบอกลูกประดู่อังกฤษก่อนเข้าทำยุทธนาวีกับนโปเลียนว่า “England confides that every men will do his duty” ที่เหลือก็คือ หน้าที่ของท่านในการคอยเฝ้า

“ทำหน้าที่” สังเกตตัวเองเช่นกัน

ขอท่านที่รักเพียงแค่ “ตื่นตัว” แต่ไม่ต้อง “ตื่นกลัว” นะครับ แค่เงี่ยหูฟังแล้วท่านจะได้ยินเสียงกายร้องได้ชัดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ครับ

ที่มา
นพ. กฤษดา ศิรามพุช
พบ. (จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ