Search This Blog

Showing posts with label นอน. Show all posts
Showing posts with label นอน. Show all posts

Friday, January 1, 2010

นั่ง-นอน ให้ถูกท่า กายาปลอดโรค

การนอนให้ได้ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่มีสักกี่คนที่รู้ว่า นั่งและนอนผิดท่าก็นำมาซึ่งโรคปวดหลังและคอระยะยาวได้เช่นกัน โรคปวดหลังและคอเป็นโรคที่สามารถเกิดได้ในทุกเพศทุกวัย และเกิดได้มากกว่า 1 ครั้งในชีวิต โดยขึ้นอยู่กับกิจวัตรประจำวัน เช่น การเล่นกีฬา การยกของหนัก ท่าทางที่ใช้ในการยืน การนั่ง การนอน ทั้งเวลาทำงานและอยู่ที่บ้าน

โรคปวดหลังและคอเกิดได้ในทุกอาชีพ อาการปวดค่อยเป็นค่อยไป เช่น มีอาการปวดบริเวณคอ จะเจ็บแปล๊บไปที่แขน ปวดเอวเจ็บแปล๊บไปที่ขา และหากเป็นต่อเนื่องโดยรับการรักษาทั้งยากิน ยาทา แล้วยังไม่หายใน 3 สัปดาห์ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้วิธีการผ่าตัดในการรักษา ซึ่งมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ทั้งจุดเดิมที่เคยปวด และจุดอื่น หากผู้ป่วยยังไม่ปรับเปลี่ยนกิจวัตรในการเคลื่อนไหว

หลายคนมักเข้าใจว่า การยกของหนัก 1 วัน การประสบอุบัติเหตุเช่น ตกจากที่สูง อุบัติเหตุ หรือเล่นกีฬาที่หักโหม เป็นสาเหตุของโรคปวดหลังและคอ สาเหตุเหล่านี้ไม่ใช่ตัวการทำให้เกิดโรคปวดหลังและคอ เพราะอาการดังกล่าวมักหายใน 2-3 วันหลังการกินยาหรือทายาแก้ปวด


กรณีที่อาการปวดยังคงอยู่มากกว่า 4 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง อาทิ กระดูกหัก หมอนรองกระดูกเสื่อม อันเป็นผลมาจากกระดูกอ่อนที่หุ้มกระดูกสันหลังแต่ละปล้อง เกิดการฉีกขาด ภาวะข้อเสื่อม ช่องไขสันหลังตีบ เป็นต้น

"การนอน" เป็นสาเหตุให้เกิดการปวดหลังและคอได้อย่างหนึ่ง เพราะร่างกายเราต้องนอนวันละ 6-8 ชั่วโมง อุปกรณ์ในการนอนจึงสำคัญมาก ทั้งที่นอน หมอนหนุน ต้องไม่นุ่มหรือแข็งเกินไป ควรเลือกให้พอดี เช่น หมอนควรเลือกที่มีความสูงระดับไหล่ในขณะที่หนุน และใช้ช่วงต้นคอและศีรษะหนุน เพื่อให้หมอนรองกระดูกอยู่ในท่าที่ตรงแนบกับที่นอน
ท่านอนหงายที่ถูกวิธี ควรหนุนหมอนที่ไม่สูง หรือต่ำเกินกว่าระดับไหล่ และใช้หมอนข้างรองช่วงข้อพับบริเวณหัวเข่า หรือเบาะรองนั่งรองจนถึงปลายเท้า เพื่อจัดร่างกายให้อยู่ในท่าที่หมอนรองกระดูกตั้งแต่คอถึงบั้นเอวได้นอนแนบกับที่นอน โดยที่กล้ามเนื้อไม่เกร็งหรืองอตัว

ท่านอนคว่ำ
เป็นท่าที่ควรหลีกเลี่ยง แต่หากจะต้องนอนคว่ำ ควรใช้หมอนบาง ๆ รองช่วงท้อง ไม่ควรรองบนศีรษะ รวมถึงไม่ควรนอนอ่านหนังสือ นอนดูทีวี เพราะ หมอนรองกระดูกบริเวณต้นคอจะต้องตั้งขึ้น และทำให้เกิดอาการปวดคอ และหลังตามมาในที่สุด

ท่านอนตะแคงที่ถูกต้อง
ควรมีหมอนข้างสำหรับรองรับช่วงขาและแขน เพราะหากไม่มีหมอนข้างรอง มีโอกาสสูงมาก ที่กล้ามเนื้อบริเวณกระดูกสันหลังช่วงบั้นเอวถึงช่วงสะโพกเกิดการเกร็งตัว และมีอาการปวดตามมา

"โรคปวดหลังและคอ" เมื่อเป็นแล้ว รักษาหายขาดได้กว่า 90% ด้วยวิธีพื้นฐานที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่โอกาสกลับมาเป็นซ้ำเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะคนที่รับการรักษาแล้ว ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การนอนดูทีวี นอนอ่านหนังสือบนเตียง เพราะมีผลให้เกิดการปวดหลังและคอตามมาระยะยาว

วิธีการรักษาโรคปวดหลังและคอโดยไม่ผ่าตัด แพทย์จะใช้วิธีพื้นฐาน ได้แก่ การพัก เพราะกรณีที่ปวดหลังจากสาเหตุทั่วไป การนอนพักจะทำให้อาการดีขึ้นได้ภายใน 1-2 วัน โดยที่สามารถลุกนั่ง ทานอาหาร และเข้าห้องน้ำได้

สำหรับการกินยา จะใช้ในรายที่มีอาการปวดเฉียบพลัน ได้แก่ การกินยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ และยากล่อมประสาท เนื่องจาก อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาได้ เช่น อาการระคายเคืองทางเดินอาหาร หรือแพ้ยา

การทำกายภาพบำบัด แพทย์เวชปฏิบัติจะแนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง เพื่อดูแลสุขภาพหลัง ตลอดจนการรักษาด้วยเครื่องนวดอัลตร้าโซนิก เครื่องนวดรังสีความถี่สั้น การประคบร้อน-เย็น การใช้อุปกรณ์สำหรับกระดูกสันหลังช่วยพยุงต้นคอ รวมถึงการใช้โปรแกรมออกกำลังกาย เพื่อทำกายภาพบำบัด

วิธีการฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะที่ จะเป็นวิธีที่แพทย์เลือกใช้เฉพาะบางราย ที่มีอาการปวดรุนแรงมาก รวมถึงรายที่ได้รับยาแก้ปวดแล้ว ทำกายภาพบำบัดแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์จะเลือกใช้วิธีฉีดยาสเตียรอยด์ เข้าโพรงกระดูกสันหลัง บริเวณที่เกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระดูกทับเส้นประสาท หรือข้อต่อกระดูกสันหลัง เพื่อลดการอักเสบบริเวณดังกล่าว

สำหรับคนที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ สามารถนั่งให้ถูกท่าทางลดการเจ็บปวดได้ การนั่งหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ หน้าจอควรอยู่ระดับที่สายตา ทำมุมเอียงลงประมาณ 45 องศา และที่วางมือ ควรอยู่ระดับที่ข้อศอกงอประมาณ 10 องศา โดยที่มือวางในระดับที่ไม่แหงนมือ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาด้านหน้าข้อมือ เช่น การอักเสบบริเวณพังผืดหน้าข้อมือ ซึ่งมีโอกาสปวดเรื้อรังสูง ถ้าหากไม่รักษา หรือรักษาแล้วไม่ปรับวิธีการใช้คอมพิวเตอร์ให้ถูกสุขลักษณะ

การนั่งบนเก้าอี้ควรนั่งเต็มก้น หลังตรงชิดเบาะ โดยมีเคล็ดง่าย ๆ คือ การแขม่วหน้าท้องน้อย ช่วยก็จะทำให้กระดูกสันหลังได้ระดับที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมกับวางฝ่าเท้าทั้งสองให้เต็มเท้า หากเก้าอี้สูงควรหากล่องหรือลังมารองให้ได้ระดับ หากทำได้เพียงเท่านี้ก็จะมีร่างกายที่พร้อมจะลุยกับทุกสถานการณ์ได้แล้ว


ที่มา
นพ. วีระพันธ์ ควรทรงธรรม
ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Monday, October 12, 2009

นั่ง ยืน นอน... แบบห่างไกลอัมพาต

การนั่ง ยืน นอน ดูจะเป็นเเรื่องความเคยชิน แต่รู้กันหรือไม่ว่า มันเกี่ยวพันกับโครงสร้างร่างกายของเราอย่างจัง หากเกิดการปวดเมื่อยเรื้อรัง นั่นแหละมันบ่งชี้ว่า โครงสร้างร่างกายเริ่มมีความผิดปกติ และถ้าทิ้งไว้นาน ๆ อันตรายใหญ่หลวงจะมาเยือนโดยไม่รู้ตัว เพราะมันนำพาเราไปสู่การเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้

การนั่ง ยืน นอน แบบไหนดีไม่ดีอย่างไร ??

ท่าแรก คือ " นั่งไขว่ห้าง " ท่านั่งยอดฮิตนี่แหละ ที่ส่งผลเสียในระยะยาวต่อโครงสร้างกระดูกสันหลัง การนั่งไขว่ห้างจะทำให้ตัวเราเอียงไปข้างหนึ่ง ทำให้กล้ามเนื้อไม่สมดุล ฝั่งหนึ่งหด แต่อีกฝั่งหนึ่งจะยืด กล้ามเนื้อที่หดจะค่อย ๆ สะสมความเกร็ง และถ้าเราเกร็งในท่านี้ตลอด จะดึงกระดูกให้คด ถ้าเป็นมาก ๆ บ่า 2 ข้างจะไม่เท่ากัน บางคนสะโพก 2 ข้างเป็นรูปตัวเอส บางคนเป็นรูปตัวซี

นั่งท่าไหนถึงจะถูกต้อง ?

มันเกี่ยวกับเก้าอี้ที่นั่งด้วย ถ้าเก้าอี้นุ่มหรือเอนมากเกินไป น้ำหนักจะไปลงที่หลังมากกว่าปกติ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง กระดูกจะผิดรูปได้เหมือนกัน " การนั่งที่ถูกต้อง ต้องเลื่อนให้ก้นชิดพนัก จะช่วยไม่ให้กล้ามเนื้อต้องทำงานหนักเกินไป "

ต่อมา " การกอดอก " จะทำให้หัวไหล่และกระดูกสันหลังงุ้มไปด้านหน้า จะทำให้มีผลเสียในระยะยาว เพราะหน้าอกเป็นที่ตั้งของปอด หัวใจ เมื่อใดที่หลังเรางุ้มมาก ๆ ปอดจะไม่สามารถขยายตัวได้เต็มที่ อากาศเข้าไปได้ไม่เต็มที่ ร่างกายจะได้รับออกซิเจนน้อย หัวใจต้องทำงานหนัก มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทางเดินเลือด เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

ทีนี้มาถึง " ท่ายืน " โดยเฉพาะคุณผู้หญิง ที่ชอบสวม " ส้นสูง " มากกว่า 2 นิ้ว จะเหมือนกับการยืนเขย่งเท้าอยู่ตลอดเวลา จะทำให้หลังช่วงล่างแอ่น และจะทำให้โครงสร้างผิดเพี้ยน


ดังนั้นหากเมื่อเริ่มเมื่อยควรจะหาที่นั่งพัก นั่งให้เต็มก้น เหยียดขา แล้วกระดกข้อเท้าขึ้น น่องจะตึง จะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย ถ้าเลือกไม่ได้จริง ๆ ขณะที่ยืนก็ต้องพยายามแขม่วท้องนิด ๆ เจะลดการแอ่นของหลังได้ แต่ถ้าเมื่อยล้าตรงบั้นเอว เมื่อยน่อง เมื่อยขามาก ควรจะไปตรวจเช็กดูได้แล้ว

มาถึง " ท่านอน " ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ

ท่านอน ที่ถูกต้องที่สุด คือ การนอนหงายมีหมอนรองใต้เข่า จะทำให้ช่วยลดแรงกดที่หลังช่วงล่าง กล้ามเนื้อจะผ่อนคลาย หากนอนหงายแล้วนอนไม่หลับ หายใจไม่ออก หรือรู้สึกเกร็งรั้ง นั่นอาจแสดงว่าโครงสร้างร่างกายเริ่มไม่ดีแล้ว

ถ้าชอบ " นอนตะแคง " โดยเฉพาะตะแคงข้างเดียว ต้องบอกว่า " อันตราย " เพราะหัวไหล่จะถูกกดทับ เลือดไม่ไหลเวียน ทำให้ขัดหัวไหล่ ปวดต้นคอ อาจทำให้กระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกเคลื่อน เหรือกระดูกทับเส้นประสาท

ส่วนการเลือกหมอนหนุนก็สำคัญ หมอนควรจะรองรับศีรษะได้ดี ไม่นิ่มหรือแข็งเกินไป และควรจะรับกับแนวโค้งของคอ เวลานอนให้เลื่อนปลายหมอนอยู่ใต้หัวไหล่เล็กน้อย เพื่อให้หมอนประคองแนวสันหลังคอ ไม่ควรนอนโดยไม่ใช้หมอน เพราะการรับน้ำหนักของศีรษะจะกระจายออก โค้งของกระดูกคอจะถูกดันให้อยู่ในเส้นตรงมากเกินไป อาจไปกดข้อต่อต่าง ๆ ได้

หากเราอยู่ในอิริยาบถที่ผิด อาจจะส่งผลร้ายจนเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ เพราะกระดูกสันหลังเป็นศูนย์รวมเส้นประสาท เป็นชิ้นส่วนของร่างกายที่สำคัญมาก ถ้าไม่อยากเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต โดยไม่รู้ตัว ควรกลับมานั่ง ยืน นอน อย่างถูกวิธีกันได้แล้ว