Search This Blog

Showing posts with label กระเทียม. Show all posts
Showing posts with label กระเทียม. Show all posts

Tuesday, December 8, 2009

กระเทียม ... สมุนไพรมหัศจรรย์

กระเทียม (garlic) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Allium sativum Linn. แทบทุกครัวเรือนรู้วิธีการเจียวกระเทียมในน้ำมันให้หอมก่อน แล้วจึงใส่เนื้อสัตว์ หรือผัก เป็นวิธีดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ และเพิ่มรสชาติให้กับอาหารประเภทผัดชนิดต่าง ๆ ได้อย่างดี ทั้งยังใช้กระเทียมเจียวโรยหน้าอาหารอีกหลายอย่าง หรือใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่ง ในเครื่องแกงชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะเป็นตัวช่วยแต่งกลิ่น และรสร่วมกับมะนาวในน้ำพริกกะปิ แม้แต่พริกน้ำปลา หรือน้ำจิ้มรสแซบ ก็จะลืมกระเทียมไปไม่ได้ นอกจากนี้ใบ และหัวกระเทียมสด ๆ ยังเป็นผัก รวมถึงกระเทียมดองของอร่อย

กระเทียม ยังเป็นสมุนไพร แก้ไขบรรเทาปัญหาสุขภาพของชาวบ้านมาโดยตลอด หมอพื้นบ้านไทยใช้กระเทียมสด รักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน โรคบิด ป่วง แก้ไอ และกระจายโลหิต กระทั่งเป็นที่สรุปได้ว่า กระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเด่น 2 ประการ คือ ใช้ทารักษาโรคผิวหนัง และรับประทานแก้โรคความดันโลหิตสูง

จากการศึกษา ทดลองคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาในระยะหลัง พบว่า กระเทียมมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้อีกหลายอย่าง แต่การนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้ผลอย่างจริงจัง ยังจะต้องมีการศึกษาผลทางคลินิกวิทยาให้ถ่องแท้เสียก่อน

สรรพคุณต่าง ๆ ของกระเทียม มีดังนี้
  1. ฆ่าเชื้อรา คือ กลาก เกลื้อน และเชื้อราที่เกิดตามเล็บ หนังศีรษะ และผม
  2. ฆ่าเชื้อยีสต์ ชนิดที่ทำให้เกิดลิ้นขาว เป็นฝ้าในเด็กทารก และทำให้เกิดโรคมุตกิดระดูขาวที่มักจะเกิดในหญิงที่ตั้งครรภ์ หรือกินยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะ หรือยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน ๆ
  3. ลดความดันโลหิตสูง
  4. ลดไขมัน และคอเลสเตอรอล
  5. ป้องกันผนังหลอดเลือดหนา และแข็งตัว
  6. ลดน้ำตาลในเลือด
  7. ฆ่า หรือยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแทบทุกชนิด กล่าวคือ มีสารอัลลิซิน ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ที่มักทำให้เกิดโรคได้ถึง 15 ชนิด โดยเฉพาะยับยั้งเชื้อพวกที่ดื้อยาเพนนิซิลินได้ดีกว่าเชื้อพวกที่ไม่ดื้อยา อีกด้วย นอกจากนี้ ยังฆ่าเชื้อบิดมีตัวที่มีพิษต่อลำไส้ได้ดี โดยมีสารที่สำคัญคือ "กาลิซิน" รวมทั้ง สามารถยับยั้งเชื้อบิดเทียม ซึ่งไม่รบกวนแบคทีเรียตัวอื่น ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้
  8. ยับยั้งเชื้อต่าง ๆ เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดฝีหนอง และใช้รักษาแผลสด แผลที่เป็นหนอง คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เชื้อวัณโรค และเชื้อปอดบวม
  9. รักษาไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่
  10. เป็นยาขับเสมหะ และมีฤทธิ์ขับเหงื่อ และขับปัสสาวะ
  11. รักษาโรคไอกรน
  12. แก้หืด และโรคหลอดลม
  13. แก้ธาตุพิการอาหารไม่ย่อย
  14. ควบคุมโรคกระเพาะ คือ มีสารเอเอส 1 ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำย่อยอาหาร มาย่อยแผลในกระเพาะ และยังช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบชนิดรุนแรงได้ด้วย
  15. ขับพยาธิต่าง ๆ ได้หลายชนิด ได้แก่ พยาธิเข็มหมุด พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย และมีรายงานทดสอบจากอินเดียว่า กระเทียมมีสารไดอัลลิลไดซัลไฟด์ มีฤทธิ์ใช้ฆ่าพยาธิไส้เดือนได้ดี
  16. แก้เคล็ดขัดยอก และเท้าแพลง เพราะ มีสารอัลลิซินเป็นตัวช่วย ทำให้เลือดไหลเวียนมายังบริเวณที่ทาถูนวดยาได้ดีมากขึ้น
  17. แก้ปวดข้อ และปวดเมื่อย
  18. ต่อต้านเนื้องอก
  19. กำจัดพิษตะกั่ว
  20. บำรุงร่างกาย ประเทศญี่ปุ่นได้ค้นพบสารในกระเทียม ชื่อ สคอร์ดินิน ไม่มีกลิ่น แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง รวมทั้งช่วยให้เนื้อเยื่อเจริญเติบโต และช่วยลดไขมันในร่างกาย

ยังมีผู้พบว่า ในกระเทียมมีธาตุเจอร์เมเนียมค่อนข้างสูง ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดมะเร็ง โรคหืด โรคไต โรคตับอ่อน และอาการท้องผูก รวมถึงมีสารชักนำวิตามินบี 1 เข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นเท่าตัว โดยรวมเป็นสารอัลลิลไทอะมิน ทำให้วิตามินบี 1 ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นถึง 20 เท่า



ที่มา
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

Friday, September 18, 2009

อาหารพิชิตหวัด

ช่วงนี้คนใกล้ตัว ไอ จาม เป็นหวัดกันระนาว จะหลีกหนีให้ไกล หรือใส่ผ้าปิดจมูกกันตลอดเวลาคงไม่สะดวก จึงขอป้องกันตัวเองง่าย ๆ ด้วยการเลือกกิน สร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายกันดีกว่า

บรรดาโรค และอาการ ที่มาเยือนร่างกายเราบ่อย ก็เห็นจะเป็นปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ เป็นหวัดนี่ล่ะ เวลาเป็นที ก็รู้สึกอ่อนเปลี้ย เรี่ยวแรงหดหาย สมองไม่ปรู๊ดปร๊าดอย่างเคย อาการเหล่านี้มีโอกาสเกิดได้ง่าย ถ้าร่างกายคุณอ่อนแอ ขณะที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย กินอาหารไม่ถึง และถ้าบวกเข้ากับอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ วันหนึ่งแทบจะ 3 ฤดู อย่างเช่นทุกวันนี้ ก็ยิ่งมีโอกาสเป็นหวัดกันได้ง่าย ๆ

ดังนั้น เราเลยนำเกร็ดความรู้เรื่องอาหาร ที่จะช่วยทั้งป้องกัน และบำบัดอาการหวัดมาบอก

1 ซุปไก่น้ำแกงชั้นยอด

อาหารง่าย ๆ ที่เรียกได้ว่าเป็น "เพนนิซิลินธรรมชาติ" และถือเป็นท็อปลิสต์ในบรรดาอาหารพิชิตหวัดทั้งหมด ในแง่ที่สามารถบำบัดอาการได้ดีที่สุด ซุปไก่ร้อน ๆ ช่วยให้ทางเดินหายใจสะดวกขึ้น ให้พลังงาน และถ้าเพิ่มผักเข้าไปด้วย โดยเฉพาะหอมใหญ่ กระเทียม ก็จะยิ่งเพิ่มสรรพคุณในการบำบัดอาการมากยิ่งขึ้นค่ะ

2 อาหารเผ็ดซี้ด


อาหารจัดจ้านแบบนี้หล่ะ ช่วยให้จมูกโล่งหายใจสะดวกดีนัก เมนูแนะนำต้องนี่เลย ต้มยำ เพราะมีนานาสมุนไพร ที่นอกจากแก้หวัดแล้ว ยังช่วยขับลม และย่อยอาหาร หรือจะเป็นเปปเปอร์มินต์ซุป หรือจริง ๆ ก็ต้มจืดใบสาระแหน่ สูตรนี้ไม่ยาก เหมือนแกงจืดตำลึงทุกอย่างค่ะ แค่เปลี่ยนจากใบตำลึงเป็นสาระแหน่เท่านั้น เหมาะกับคนที่มีอาการคัดจมูก หายใจไม่สะดวกมาก ๆ

3 กระเทียมไร้เทียมทาน

ช่วยขับเสมหะ และมีคุณสมบัติเป็นยาแก้อักเสบ และในกระเทียมมีสารตัวหนึ่ง ชื่อ alliin เชื่อกันว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำลายอนุมูลอิสระที่จะมาทำร้ายเซลล์ ช่วงนี้คุณอาจเพิ่มปริมาณกระเทียม ที่ใส่ในอาหารให้มากขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย แต่มีข้อควรระวัง คือ ไม่ควรกินกระเทียมขณะที่ท้องว่าง เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะได้

4 น้ำ

เป็นช่วงที่คุณต้องเติมน้ำให้กับร่างกายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่าบริสุทธิ์ น้ำผลไม้สด ๆ 100% น้ำอัดลม หรือจะเป็นน้ำจากผัก ผลไม้สด ได้ทั้งนั้น แต่ที่ดีที่สุดก็ต้องน้ำเปล่า สำหรับบางคนการได้ดื่มอะไรร้อน ๆ จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น ก็อาจเลือกเป็น ชาสมุนไพร เช่น ชาคาร์โมมายล์ ชาเปปเปอร์มินต์ หรือจะจิบน้ำอุ่น ๆ โรยด้วยมะนาวฝานก็ช่วยได้ดีทีเดียวค่ะ

5 ขุนพลตระกูลส้ม

ช่วงเป็นหวัดร่างกายจะต้องการวิตามินซีมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณเป็นคนที่สูบบุหรี่ ซึ่งมีโอกาสเป็นหวัดง่ายกว่าคนไม่สูบ ร่างกายก็จะต้องการวิตามินป้องกันมากเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้น พยายามกินส้มหรือผลไม้ตระกูลส้มให้มาก ไม่ว่าจะกินผลสดเป็นของหวานปิดท้ายมื้ออาหาร หรือจะเป็นน้ำส้มคั้นในมื้อเช้า ก็แล้วแต่ความชอบความสะดวก แต่ผลไม้ยิ่งสดเท่าไหร่ยิ่งเป็นวิตามินซีคุณภาพกับร่างกายมากเท่านั้น

6 นานาวิตามินซี

ไม่ใช่แค่ผลไม้ตระกูลส้มเท่านั้น ที่มีวิตามินซีสูง ผลไม้ชนิดอื่นก็สามารถร่วมด้วยช่วยกันเป็นกองกำลังช่วยร่างกายต่อสู้กับ อาการจากหวัดได้ เช่น สับปะรด สตรอว์เบอรี่ ฝรั่ง หรือแม้แต่มันฝรั่ง พริกไทยสด ก็มีวิตามินซีสูงเช่นกัน

7 ขิงแก่แต่สด

ขิงสด ๆ ช่วยรักษาอาการไอและไข้ได้ แต่คุณอาจเลือกกิน เป็นน้ำเต้าฮวยร้อน ๆ น้ำขิงชงสำเร็จรูป หรือจะลองทำชาขิงดื่มง่าย ๆ แค่รินน้ำร้อน 1 ถ้วยลงบนขิงสดทุบ 2 ช้อนโต๊ะ ทิ้งไว้ 5 - 10 นาที