การต้านแก่ และการเรียกความอ่อนเยาว์กลับคืนมา ไม่ใช่เรื่องยาก ก่อนอื่นจะต้องรู้จักกำจัด และลดจำนวนอนุมูลอิสระในร่างกายให้ได้เสียก่อน เพราะอนุมูลอิสระถือเป็นวายร้ายตัวสำคัญ ที่คอยบ่อนทำลายสุขภาพกาย รวมไปถึงสุขภาพผิวพรรณอีกด้วย การรับประทานตัวต้านอนุมูลอิสระ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ "แอนติออกซิแดนท์" จึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด ที่จะช่วยชะลอความเสื่อมถอยของร่างกาย โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณ
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ผัก และผลไม้อุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่ต่าง ๆ ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จึงมีส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพ และถนอมผิวพรรณได้เป็นอย่างดี สำหรับแอนติออกซิแดนท์ที่รู้จักกันดี ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน ซีลีเนียม และสังกะสี นอกจากนี้ ยังพบว่ามีตัวต้านอนุมูลอิสระอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือ โอริโกเมริค โปรแอนโธไซยานิดิน (Oligomeric Proanthocyanidin) ที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า OPC ที่พบมากในเมล็ด และเปลือกขององุ่น มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง จนได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็น ซุปเปอร์แอนติออกซิแดนท์ (Super Antioxidant) เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินซี 20 เท่า และสูงกว่าวิตามินอี 50 เท่า
สำหรับ OPC ในเมล็ดองุ่นสกัดนั้น พบว่ามีฤทธิ์ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินซี ช่วยให้คอลลาเจนในผิวหนังแข็งแรง โดยการยับยั้งเอนไซม์ ที่ทำให้เซลล์ผิวหนังเสื่อม เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษของ OPC ที่จับกับคอลลาเจนในผิวหนังได้ดี ทำให้มีฤทธิ์ป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง ป้องกันความผิดปกติของหลอดเลือดแดง และเส้นเลือดฝอย ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง
นอกจากตัวต้านอนุมูลอิสระ ที่พบได้ในผัก และผลไม้ อย่างเช่น ในเมล็ดองุ่นแล้ว ยังพบว่าโปรตีนชนิดไดเปปไทด์ ซึ่งอุดมอยู่ในซุปไก่สกัดที่ชื่อ แอนเซอรีน (ancerine) และคาโนซีน (carnosine) ก็มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงร่างกาย จึงช่วยเสริมฤทธิ์ในการกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกาย พร้อมกับลดการเกิดใหม่ของอนุมูลอิสระได้อีกด้วย
การคงความอ่อนเยาว์ ให้อยู่คู่คุณไปได้นาน ๆ นอกจากการรับประทานอาหารที่ดีแล้ว การปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม เช่น การมองโลกในแง่ดี หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็เป็นสิ่งสำคัญในการต้านแก่ และการมีสุขภาพที่ดีของคุณอีกด้วยเช่นกัน
Search This Blog
Showing posts with label แอนตี้ออกซิเดนท์. Show all posts
Showing posts with label แอนตี้ออกซิเดนท์. Show all posts
Thursday, December 3, 2009
Tuesday, October 27, 2009
ผักพื้นบ้าน
" ผักพื้นบ้าน " นอกจากคุณค่าทางยาแล้ว ผักพื้นบ้านยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และอื่น ๆ อีกมากมาย
คุณค่าของผักพื้นบ้าน
" ผักพื้นบ้าน " คือ พรรณพืชพื้นบ้านในท้องถิ่น ชาวบ้านนำมาบริโภคเป็นอาหาร เป็นยารักษาโรค หรือนำมาทำเป็นของใช้สอยในครัวเรือน ผักพื้นบ้านนอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ส่วนใหญ่ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร เนื่องจากมีรสยาที่หลากหลายอยู่ในผักพื้นบ้าน ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย ให้ความสำคัญกับรสอาหาร พื้นบ้าน ดังนี้
นอกจากสารเบต้าแคโรทีนดังกล่าวแล้ว ในผักสด ยังพบว่ามี วิตามินซี สูง ซึ่งวิตามินซีมีบทบาทในการสร้างภูมิต้านมะเร็ง คือ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถปกป้องเซลล์ในร่างกาย จากการเป็นมะเร็ง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรง และเพิ่มประสิทธิภาพ ของการทำงานของเม็ดเลือดขาวได้
วัฒนธรรมพื้นบ้านของคนไทย ตั้งแต่สมัยโบราณ มักจะเก็บผักพื้นบ้านจากริมรั้ว จากป่า ไร่นา หรือสวน เป็นผักสด ๆ มาประกอบเป็นอาหาร ผักสดยิ่งสดเท่าไร ก็ยิ่งมีวิตามินซีสูงเท่านั้น ดังนั้น ภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนไทย ผักบางชนิดที่นำมารับประทานสดกับน้ำพริก คนไทยก็มักจะนำมารับประทานเลย ซึ่งได้วิตามินซี และเกลือแร่อื่น ๆ สูง ในบางชนิดอาจจะเป็นอันตราย ถ้านำมารับประทานเลย ก็จะนำมาลวก ต้ม ตามภูมิปัญญาดั้งเดิม
การดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยวิธีธรรมชาติ การรับประทานผักพื้นบ้าน ที่ปลอดสารพิษ หรือปลูกผักไว้รับประทานกันเองในครัวเรือน นอกจากจะช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ แล้วยังช่วยประหยัด และช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน ดังนั้น เราควรจะส่งเสริม ให้มีการปลูกผักริมรั้ว เพื่อนำมาประกอบเป็นอาหาร แทนการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีบริเวณที่จะปลูกต้นไม้ หรือผักไว้กินได้มากนัก
เนื่องจากการถูกจำกัดเรื่องสถานที่ แต่เราสามารถปลูกผักสวนครัวไว้กิน โดยการปลูกไว้ในกระถาง เช่น พริก โหระพา กระเพรา แมงลัก ชะพลู ผักชี ผักแพว เป็นต้น ซึ่งปลูกง่าย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกทั้งยังปลอดภัยจากสารพิษ สำหรับผู้ที่มีที่ดินพอปลูกผักริมรั้ว ที่เป็นไม้ยืนต้น ที่เก็บไว้กินได้หลาย ๆ ปี เช่น แค กระถิน ชะอม สะเดา การนำพืชเหล่านั้นมาปลูกในที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก นอกจากจะเก็บมาเป็นอาหาร ที่มีคุณค่าแล้ว ยังช่วยเป็นรั้วบ้าน และให้ร่มเงาทำให้สดชื่น ถ้าเหลือกินในครอบครัวก็สามารถแบ่งให้เพื่อนบ้าน หรือเก็บไปขายได้
จากที่กล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่าภูมิปัญญาดั้งเดิม วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนไทย ในสมัยโบราณที่อยู่แบบอบอุ่นพึ่งตนเองได้ ปัจจุบันคนไทยกำลังหวนคืนสู่บรรยากาศนั้น เพื่อความเป็นอยู่ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย การช่วยเหลือจุนเจือกัน การช่วยเหลือตัวเองในระดับครอบครัว ชุมชน เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ที่คนไทยควรจะเห็นความสำคัญ เพื่อความอยู่รอดของเราคนไทย และเพื่อชาติไทย
ที่มา
สถาบันการแพทย์แผนไทย
คุณค่าของผักพื้นบ้าน
" ผักพื้นบ้าน " คือ พรรณพืชพื้นบ้านในท้องถิ่น ชาวบ้านนำมาบริโภคเป็นอาหาร เป็นยารักษาโรค หรือนำมาทำเป็นของใช้สอยในครัวเรือน ผักพื้นบ้านนอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ส่วนใหญ่ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร เนื่องจากมีรสยาที่หลากหลายอยู่ในผักพื้นบ้าน ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย ให้ความสำคัญกับรสอาหาร พื้นบ้าน ดังนี้
- " รสฝาด " มีสรรพคุณทางยา คือ ช่วยสมานแผล แก้ท้องร่วง บำรุงธาตุในร่างกาย เช่น ยอดมะม่วง ยอดมะกอก ยอดจิก ยอดกระโดน ฯลฯ
- " รสหวาน " มีสรรพคุณทางยา คือ ช่วยให้มีการดูดซึมได้ดีขึ้น ทำให้ชุ่มชื้น บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย เช่น เห็ด ผักหวานป่า ผักขี้หูด บวบ น้ำเต้า ฯลฯ
- " รสเผ็ดร้อน " มีสรรพคุณทางยา คือ แก้ท้องอืด แก้ลมจุกเสียด ขับลม บำรุงธาตุ เช่น ดอกกระทือ กระเทียม ตอกกระเจียวแดง ดีปลี พริกไทย ใบชะพลู ขิง ข่า ขมิ้น กระชาย ฯลฯ
- " รสเปรี้ยว " มีสรรพคุณทางยา คือ ขับเสมหะ ช่วยระบาย เช่น ยอดมะขามอ่อน มะนาว ยอดชะมวง มะดัน ยอดมะกอก ยอดผักติ้ว
- " รสหอมเย็น " มีสรรพคุณทางยา คือ บำรุงหัวใจ ทำให้สดชื่น แก้อ่อนเพลีย เช่น เตยหอม โสน ดอกขจร บัว ผักบุ้งไทย เป็นต้น
- " รสมัน " มีสรรพคุณทางยา คือ บำรุงเส้นเอ็น เป็นยาอายุวัฒนะ เช่น สะตอ เนียง ขนุนอ่อน ถั่วพู ฟักทอง กระถิน ชะอม
- " รสขม " มีสรรพคุณทางยา คือ บำรุงโลหิต เจริญอาหาร ช่วยระบาย เช่น มะระขี้นก ยอกหวาย ดอดขี้เหล็ก ใบยอ สะเดา เพกา ผักโขม
นอกจากสารเบต้าแคโรทีนดังกล่าวแล้ว ในผักสด ยังพบว่ามี วิตามินซี สูง ซึ่งวิตามินซีมีบทบาทในการสร้างภูมิต้านมะเร็ง คือ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถปกป้องเซลล์ในร่างกาย จากการเป็นมะเร็ง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรง และเพิ่มประสิทธิภาพ ของการทำงานของเม็ดเลือดขาวได้
วัฒนธรรมพื้นบ้านของคนไทย ตั้งแต่สมัยโบราณ มักจะเก็บผักพื้นบ้านจากริมรั้ว จากป่า ไร่นา หรือสวน เป็นผักสด ๆ มาประกอบเป็นอาหาร ผักสดยิ่งสดเท่าไร ก็ยิ่งมีวิตามินซีสูงเท่านั้น ดังนั้น ภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนไทย ผักบางชนิดที่นำมารับประทานสดกับน้ำพริก คนไทยก็มักจะนำมารับประทานเลย ซึ่งได้วิตามินซี และเกลือแร่อื่น ๆ สูง ในบางชนิดอาจจะเป็นอันตราย ถ้านำมารับประทานเลย ก็จะนำมาลวก ต้ม ตามภูมิปัญญาดั้งเดิม
การดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยวิธีธรรมชาติ การรับประทานผักพื้นบ้าน ที่ปลอดสารพิษ หรือปลูกผักไว้รับประทานกันเองในครัวเรือน นอกจากจะช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ แล้วยังช่วยประหยัด และช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน ดังนั้น เราควรจะส่งเสริม ให้มีการปลูกผักริมรั้ว เพื่อนำมาประกอบเป็นอาหาร แทนการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีบริเวณที่จะปลูกต้นไม้ หรือผักไว้กินได้มากนัก
เนื่องจากการถูกจำกัดเรื่องสถานที่ แต่เราสามารถปลูกผักสวนครัวไว้กิน โดยการปลูกไว้ในกระถาง เช่น พริก โหระพา กระเพรา แมงลัก ชะพลู ผักชี ผักแพว เป็นต้น ซึ่งปลูกง่าย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกทั้งยังปลอดภัยจากสารพิษ สำหรับผู้ที่มีที่ดินพอปลูกผักริมรั้ว ที่เป็นไม้ยืนต้น ที่เก็บไว้กินได้หลาย ๆ ปี เช่น แค กระถิน ชะอม สะเดา การนำพืชเหล่านั้นมาปลูกในที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก นอกจากจะเก็บมาเป็นอาหาร ที่มีคุณค่าแล้ว ยังช่วยเป็นรั้วบ้าน และให้ร่มเงาทำให้สดชื่น ถ้าเหลือกินในครอบครัวก็สามารถแบ่งให้เพื่อนบ้าน หรือเก็บไปขายได้
จากที่กล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่าภูมิปัญญาดั้งเดิม วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนไทย ในสมัยโบราณที่อยู่แบบอบอุ่นพึ่งตนเองได้ ปัจจุบันคนไทยกำลังหวนคืนสู่บรรยากาศนั้น เพื่อความเป็นอยู่ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย การช่วยเหลือจุนเจือกัน การช่วยเหลือตัวเองในระดับครอบครัว ชุมชน เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ที่คนไทยควรจะเห็นความสำคัญ เพื่อความอยู่รอดของเราคนไทย และเพื่อชาติไทย
ที่มา
สถาบันการแพทย์แผนไทย
Labels:
ผัก,
ผักริมรั้ว,
แอนตี้ออกซิเดนท์
Subscribe to:
Posts (Atom)