Search This Blog

Showing posts with label ปลาทูน่า. Show all posts
Showing posts with label ปลาทูน่า. Show all posts

Friday, January 22, 2010

ทูน่า..โอเมก้ากระป๋อง

แค่เดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ต แล้วหยิบ "ปลาทูน่ากระป๋อง" มันช่างง่ายดาย เปิดฝาเทใส่จาน คุณค่าสารอาหารยังครบถ้วน เหมือนเพิ่งโผล่พ้นจากทะเล เป็นเพราะเจ้าทูน่าตัวใหญ่ เนื้อแน่น มีก้างน้อย  ดันเกิดเป็นปลาทะเลน้ำลึก และอาศัยอยู่ในกระแสน้ำวนกลางมหาสมุทร มันช่างห่างไกลชายฝั่งเสียเหลือเกิน ปลาทูน่าจึงถูกจองจำใต้น้ำแข็ง จนขาดความสดเหมือนตอนมีชีวิต  แถมผู้บริโภคยังมีความต้องการสูง เกินกว่าจะรอให้ซื้อตัวเป็น ๆ จากตลาดได้  ปลาทูน่าต้องทำให้สุก ก่อนบรรจุกระป๋อง  แล้วนำมาวางบนชั้นสินค้าให้พวกเราเห็นจนชินตา

ปลาทูน่ากระป๋องในเมืองไทย มีอยู่หลายชนิด แต่ที่นิยมนำมาบริโภคกัน คือ พันธุ์สามัญที่สุดอย่าง SKIP JACK และ YELLOWFIN TUNA อายุเฉลี่ย 3-8 ปี และมีน้ำหนักตั้งแต่ 1.8 จนถึง 50 กิโลกรัมขึ้นไป

หลายคนชมชอบเนื้อสีชมพูอ่อนถึงสีขาว ของ “เนื้อไก่จากทะเล” ซึ่งเป็นชื่อเรียกเล่น ๆ ของทูน่า  บวกกับคุณสมบัติอาหารประเภทปลา ที่มีโปรตีนสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  แต่ปลาทูน่าเหนือชั้นกว่า  เพราะมีไขมัน และคอเลสเตอรอลต่ำ และยังเป็นแหล่งของวิตามิน เกลือแร่ ทำให้ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก และคนรักสุขภาพต่างขานรับไว้ติดครัว 

คุณเชื่อหรือไม่ว่า ยังมีสิ่งสำคัญซ่อนตัวอยู่ในคุณสมบัติ “ไขมันต่ำ” ด้วย มัน คือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งร่างกายคนเราสร้างเองไม่ได้ แต่มีความจำเป็นต่อชีวิตโดยเฉพาะ โอเมก้า 3 (OMEGA-3)
โอเมก้า 3 ประกอบด้วยสารหลัก 2 ตัว ได้แก่ EPA (EICOSAPENTAENOIC ACID) ช่วยในเรื่องของภาวะระบบการไหลเวียนของเลือด ในร่างกายของคนเราอย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนเกราะป้องกันไขมันอุดตันหลอดเลือด ช่วยลดคอเลสเตอรอล ซึ่งจะลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้

ส่วนสารหลักอีกตัวหนึ่งในปลาทูน่า นั่นคือ DHA (DOCOSAHEXAENOIC ACID) ซึ่งมีประโยชน์โดยตรงกับสมอง ช่วยบำรุงเซลล์สมอง และเสริมสร้างความจำ ช่วยให้เราพิสูจน์คำกล่าวที่ว่า “กินปลาแล้วฉลาด” ได้ผลจริง

แม้ปลาทูน่าจะ มีคุณประโยชน์สูง แต่สำหรับสำหรับสตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก และหญิงที่เพิ่งคลอด ควรหลีกเลี่ยง หรือรับประทานแต่น้อย ประมาณ 3 ก้อนสำหรับไลท์ทูน่า หรือ 1 กระป๋องสำหรับทูน่าขาว  เพื่อป้องกันอันตรายจากสารปรอทตกค้างในกระป๋อง กว่า 6% ที่มาจากกระบวนการทางอุตสาหกรรม

โดยทั่วไป ปลากระป๋องที่เปิดฝา ก็เปรียบเหมือนการเปิดฝาอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ฉะนั้น การปรุงอาหารด้วยปลาทูน่าจึงมีขั้นตอน ไม่ต่างจากอาหารสุกทั่วไป มันไม่ยุ่งยากเลย
  • -ทูน่าในน้ำเกลือ เหมาะสำหรับประกอบอาหารประเภท ผัด ทอด หรือรับประทานทันที
  • -ทูน่าในน้ำมัน นอกจากมีส่วนช่วยให้อร่อยแล้ว วิตามินบางชนิดจะละลายในน้ำมันเท่านั้น
  • -ทูน่าในน้ำแร่ จะช่วยเพิ่มแร่ธาตุธรรมชาติ ที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย

แม้พวกเราจะนำทูน่ามาทำไส้แซนวิช แต่ยังมีอาหารจำพวกบะหมี่ พาสต้า สลัด ทำขนมทาร์ต หรือปั้นทอด รอเป็นทางลือกมื้ออาหารหลักตอนเช้า สาย บ่าย เย็น หรือตอนท้องว่าง ๆ ได้อีก

ทูน่าที่เหลือในกระป๋องหลังจากรับประทานไม่หมด ยังเก็บไว้ได้หรือไม่ ?
ยังกินได้อีก เพียงแต่เคล็ดลับในการเก็บรักษาปลาทูน่านั้น ต้องถ่ายจากกระป๋องไปใส่ภาชนะอื่น ซึ่งไม่ใช่โลหะ แล้วปิดฝา นำไปใส่ตู้เย็นช่องปกติเท่านั้นเอง แต่ควรรับประทานให้หมด ภายใน 3 วัน ส่วนที่ยังไม่เคยเปิดฝา สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 36 เดือนเลยทีเดียว  แล้วถ้าหาก จะนำไปปรุงในมื้ออาหารต่อไป  ก็แค่นำไปอุ่น หรือปรุงผ่านความร้อน คุณค่าสารอาหารในปลาทูน่าก็ยังอยู่เท่าเดิม

หากตกลงปลงใจรับรักน้องทูน่าแล้ว ไปซุปเปอร์มาร์เก็ตคราวหน้า โปรดสังเกตข้อความข้างกระป๋องที่ว่า “เป็นมิตรกับปลาโลมา” ด้วย จะได้อิ่มท้องพร้อมกับอิ่มใจ